Society


 

Society

สังคม

----

Society was traditionally divided into the Zhung (Monarchy and Bureaucracy), Dratshang ( Religious Community) and Mesey ( People ) without a caste system.

During the medieval period, when a loose form of feudalism prevailed, people working for the king and lords in the different dzongs ( forts ) were categorized by their professions. But the division was not rigid since anyone could rise to the highest position. All people were tax payers.

 

สังคมของภูฏาน จะถูกแบ่งตามประเพณีเป็น Zhung (ระบอบประชาธิปไตยอันมีกษัตริย์ทรงเป็นประมุขและระบอบราชการ) Dratshang (ชุมชนทางศาสนา) และ Mesey (คนทั่วไป) โดยไม่มีระบบวรรณะ

ในช่วงยุคกลาง เมื่อหลุดพ้นจากระบบศักดินาได้ ผู้คนที่เคยทำงานให้กษัตริย์ และขุนนางในวัง (Dzongs) ต่างถูกจัดหมวดหมู่ตามอาชีพของพวกเขา  แต่การจัดนั้นไม่ได้เข้มงวดอะไร เพราะใครๆก็สามารถกลับขึ้นไปสู่ตำแหน่งสูงสุดได้ และทุกคนต้องเสียภาษี

 

     

 

People and their living

ประชากรและความเป็นอยู่

----- 

Bhutanese people are friendly and hospitable people.

Large majority of Bhutanese are a homogenous group divided linguistically into three main ethnic groups the Sharchops, Ngalong and Lhotshampa (Nepalese origin) make up today Ddrukpa population.

Sharchops reside predominantly in eastern Bhutan. Their origin can be traced to the tribes of northern Burma and northeast India. The Ngalops migrated from the Tibetan plains and are the importers of Buddhism to the kingdom.

Most of the Lhotsampas migrated to the southern plains in search of agricultural land and work in the early 20th century.

The national language is Dzongkha and international language is English.

Almost eighty percent of the population lives in villages and small hamlets, many located a few hours or even a day from the road head. They live off the land, following agrarian practices established many generation ago.

Thimphu is the capital city of Bhutan and important cities are Paro, Punakha, Bumthang, Trongsa and Ura.

Although Bhutan cannot be deemed a rich country, the fourth king Jigme Singye Wangchuck introduced a unique philosophy of governance which seeks another kind of prosperity, a high Gross National Happiness (GNH), rather than following only the conventional GNP.

If you are looking for a spectacular destination within a living culture that goes back centuries, head to this enthralling Land of the Thunder Dragon.

 

คนภูฏานใจดีและเป็นกันเอง  ประชากรส่วนใหญ่ของภูฏานเป็นชาติพันธุ์เดียวกัน แบ่งออกเป็น 3 กลุ่มหลักๆ คือ Sharchops, Ngalong, และ Lhotshampa (แหล่งกำเนิดของเนปาล) ทำให้เกิดประชากร Ddrukpa ในวันนี้  ชาว Sharchops ส่วนใหญ่อาศัยอยู่ในภาคตะวันออกของภูฏาน ถิ่นกำเนิดของพวกเขาสามารถโยงไปถึงกลุ่มชนเผ่าทางตอนเหนือของพม่า และอินเดียตะวันออกเฉียงเหนือชาว Ngalops นั้น อพยพมาจากที่ราบทิเบต และเป็นผู้นำพระพุทธศาสนาเข้ามาในราชอาณาจักร ส่วนชาว Lhosampas ส่วนใหญ่อพยพไปยังที่ราบทางตอนใต้ เพื่อหาพื้นที่ทำเกษตรกรรมและออกทำงานในช่วงต้นศตวรรษที่ 20

ภาษาประจำชาติคือ ภาษา Dzongkha และภาษาราชการคือ ภาษาอังกฤษ  

ประชากรเกือบ 80%  อาศัยอยู่ในหมู่บ้านเล็กๆ ซึ่งอยู่ห่างจากหัวถนนที่ใช้เวลาเดินทางไม่กี่ชั่วโมง หรือไม่ก็หนึ่งวัน พวกเขาอาศัยอยู่นอกเมือง และยึดปฏิบัติทำไร่กันมาหลายชั่วอายุคนแล้ว  

Thimphu เป็นเมืองหลวงของภูฏาน และมีเมืองที่สำคัญๆ ได้แก่ Paro, Punakha, Bumthang, Trongsa, และUra 

แม้ว่าภูฏานจะไม่ได้ถือว่าเป็นประเทศที่ร่ำรวย แต่กษัตริย์องค์ที่ 4 Jigme Singye Wangchuck ได้นำปรัชญาการปกครองที่เป็นเอกลักษณ์ นำมาซึ่งความเจริญอีกรูปแบบหนึ่ง ที่เป็นความสุขมวลรวมของคนในชาติระดับสูงสุด (GNH) มากกว่าทำตาม GNP ทั่วไป  ถ้าหากคุณกำลังมองหาที่หมายปลายทางที่น่าประทับใจ ในวัฒนธรรมและการดำรงชีวิตที่เสมือนย้อนเวลากลับไปในหลายศตวรรษ ก็จงมุ่งหน้าสู่ดินแดนมังกรที่น่าหลงใหลนี้

 

 

 

Food

อาหาร

----

 

The staple diet of the Bhutanese people is red rice, buckwheat, wheat, Corn, Pork, Beef, Chicken, Yak meat, Cheese, and chilies which are taken as a vegetable and not as spice.

 

อาหารหลักของชาวภูฏานก็คือ ข้าวกล้อง โซบะ ข้าวสาลี ข้าวโพด เนื้อหมู เนื้อวัว เนื้อไก่ เนื้อจามรี ชีส และพริกที่ใช้เป็นผัก ไม่ใช่เครื่องเทศ

 

 

 

Dress

การแต่งกาย

----

 

Bhutanese men wear Gho which are longish robes tied around the waist by a cloth belt called Kera. The women's ankle length dress is known as Kira which is made of bright colored fine woven fabric with traditional patterns.

ชายชาวภูฏานจะใส่ Gho ซึ่งเป็นเสื้อคลุมยาว ผูกเอวด้วยเข็มขัดผ้าที่เรียกว่า Kera ส่วนชุดเดรสยาวถึงข้อเท้าของผู้หญิง เป็นที่รู้จักกันในชื่อของ Kira ซึ่งทำจากผ้าทอเนื้อดี สีสันสดใส และมีลวดลายในแบบดั้งเดิม

Visitors: 23,856